Wildlifefund

ความคิดเห็นต่ออุตสาหกรรมจังหวัดยะลา จากเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่

ความเห็นต่อกรณีอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา

ชี้แจงการประกาศลดพื้นที่โบราณสถานเขายะลาเพื่ออุตสาหกรรมหิน

ตามที่นายสัมพันธ์ โฆษิตพล อุตสาหกรรมจังหวัดยะลา ได้ออกมาชี้แจงและให้ความเห็นเกี่ยวกับประกาศ
กรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ในพื้นที่ตําบลลิดลและตําบลยะลา อําเภอเมือง
จังหวัดยะลา ว่า ในกรณีของการประกาศลดพื้นที่โบราณสถานเขายะลา เพื่ออุตสาหกรรมหินนั้น อยู่ในการตัดสินใจ
ของประชาชน ว่าจะอนุรักษ์เขายะลา หรือ ยอมเสียสละเพื่ออุตสาหกรรมหิน ให้ราคาหินลดลง เนื่องจากในปัจจุบัน
นั้น ราคาหินที่จังหวัดยะลาแพง คิวหนึ่งประมาณ 500 กว่าบาท ในขณะที่ภาคกลางหรือที่อื่นนั้นคิวหนึ่งอยูที่ 200
กว่าบาท ซึ่งถ้าหากประชาชนยอมสละ ก็จะทําให้ราคาหินถูกลง ส่วนเรื่องการรุกล้ําพื้นที่เขตโบราณสถานนั้น นาย
สัมพันธ์โฆษิต อุตสาหกรรมจังหวัดยะลา ระบุว่า การทําเหมืองนั้น จะอยู่ในการควบคุมของกรมอุตสาหกรรมและ
การเหมืองแร่ ซึ่งจะมีการตรวจสอบอยู่ตลอดและจะไม่ปล่อยให้มีการทําเหมืองนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต โดยทุก
เดือนจะมีการทํารายงานและการตรวจสอบโดยวิศวกร ของกรมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ยืนยันว่าที่ผ่านมายังไม่พบ
การทําอุตสาหกรรมลุกล้ํานอกเหนือพื้นที่ได้รับอนุญาต นั้น
เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่เห็นว่า มุมมองดังกล่าวเป็นมุมมองที่มีทัศนคติคับแคบเกินไป ซึ่งควร
มองในมุมกว้างแบบภาพรวมมากกว่านี้ ซึ่งการอ้างว่า ต้องให้ประชาชนเสียสละเพื่อให้มีการทําเหมืองหิน
อุตสาหกรรมต่อไปและจะทําให้หินมีราคาถูกลง แต่ในความเป็นจริงผู้ที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดกลับไม่ใช่
ประชาชนในพื้นที่ แต่เป็นผู้ประกอบการทําเหมืองและนายทุนรับเหมาก่อสร้างที่ต้องการเกร็งกําไรในการประกอบ
กิจการให้ได้มากกว่าเดิมเท่านั้น โดยการเสียสละของประชาชนต้องสอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่สมควรได้จากสุนทรี
ยะของหินในแง่มุมอื่นที่ไม่ใช่เพียงในแง่ที่หินเหล่านั้นมีมูลค่าราคาตันละเท่าไหร่เท่านั้น ซึ่งการทําเหมืองหนึ่งๆ รวม
ทั้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง มักละเลยการคํานวนคุณค่าและผลประโยชน์ทางนิเวศวิทยา และบกพร่องในการคํานึง
ถึงแรงตึงเครียดทางชีวภาพและกายภาพของพื้นที่หนึ่งๆ ที่จะต้องแบกรับจากการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาได้โดย
ถ้าหากคํานึงในแง่การเสียสละของคนในพื้นที่ก็ต้องคํานึงถึงปัจจัยดังกล่าวด้วย และการที่คนในพื้นที่ออกมาปกป้อง
อนุรักษ์และพยายามจัดการนิเวศวิทยาท้องถิ่น เนื่องจากเห็นถึงคุณประโยชน์ของการมีสุนทรียภาพและปฏิสัมพันธ์
ทางธรรมชาติในแง่มุมอื่น ก็เป็นสิ่งที่สามารถกระทําได้โดยชอบธรรม
ซึ่งความเห็นของอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา แสดงให้เห็นถึงเจตนาในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราช
บัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ซึ่งกฎหมายแร่ไม่ได้อนุญาตหรืออนุโลมให้มีการประกอบกิจการทําเหมืองแร่ในพื้นที่สงวน
หวงห้ามตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ได้รวมทั้งไม่ได้บัญญัติให้อุตสาหกรรมจังหวัดยกเว้นการที่ต้องสํารวจ
ตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ในเขตอํานาจของตัวเองว่า พื้นที่ใดควรจัดให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมืองได้และพื้นที่
ใดเข้าข่ายเป็นเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามตามมาตรา 17 วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ซึ่งต้องกันออกจาก
การเป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมืองตามกฎหมาย

เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่
11 มีนาคม 2563

องค์กรความร่วมมือ

องค์กรสามารถร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ไปกับมูลนิธิฯ
กำลังดี : Kamlungdeegroup TH
ปันบุญ
xCash extra benefits - xCash
Herringbone (แฮริ่งโบน)
โครงการ e-Donation กสิกรไทย
องค์กรความร่วมมือ
wildlifefund

ธรรมชาติอยู่ได้ ชาติอยู่ได้

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
64 รามอินทรา ซ. 5 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทร.(66) 2-552-2111, 02-552-2790 แฟกส์.(+66) 2-552-6083 มือถือ.081-940-3740

เพิ่มเพื่อน
wildlifefund.or.th © 2018 All rights reserved.
ติดต่อเรื่องทั่วไป
081-940-3740

สินค้าที่ระลึก, งานออกร้าน
081-666-4531