Wildlifefund

ความเห็นต่อกรณีอธิบดีกรมศิลปากรชี้แจงเกี่ยวกับ ประกาศกรมศิลปากรเรื่องแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา

จากกรณีที่อธิบดีกรมศิลปากรได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อเกี่ยวกับประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดิน
โบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ในพื้นที่ตําบลลิดลและตําบลยะลา อําเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยได้ชี้แจงว่า
1.) ประกาศดังกล่าวไม่ใช่การประกาศเพิกถอนภาพเขียนสีเขายะลาออกจากการเป็นแหล่งโบราณคดี แต่เป็นการ
ประกาศแก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานโดยรอบภาพเขียนสีเขายะลา โดยภาพเขียนสีเขายะลายังคงสภาพเป็นโบราณ
สถานเหมือนเดิม และได้รับการปกป้องตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พ.ศ. 2504 2.) การประกาศดังกล่าวไม่ใช่การเปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานให้เป็นแหล่งสัมปทานเหมืองหิน เนื่องจาก
พื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นแหล่งสัมปทานเดิมอยู่ก่อนแล้วไม่ต่ํากว่า 20 ปีก่อนที่จะมีการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณ
สถาน และบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ตําแหน่งที่ตั้งของแหล่งภาพเขียนสีทั้ง 2 แห่ง 3.) กรณีที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าว
การสัมปทานแร่หินในบริเวณใกล้เคียง มีผลทําให้ภาพเขียนสีเขายะลา เสียหายไปแล้วหนึ่งจุดนั้น ผลจากการตรวจ
สอบ โดย สํานักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 1 สงขลา พบว่าการพังทลายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2551 จากรอยเลื่อน และการกัดเซาะของน้ําใต้ดิน ทําให้รอยแตกขยายกว้างขึ้น ประกอบกับบริเวณเชิงเขามี
ลักษณะเป็นโพรง รวมถึงการทําเหมืองในอดีตด้วยวิธีแบบโบราณที่มีมาก่อนการให้ประทานบัตร ล้วนเป็นปัจจัยส่ง
เสริมการพังทลาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทานเหมืองหินที่อยู่โดยรอบแต่อย่างใด และ 4.) เหตุผลการประกาศแก้ไข
เขตที่ดินฯ ในครั้งนี้ มีที่มาจากการขอความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย กองอํานวยการรักษาความ
มั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตําบลเขาตูม อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีศูนย์อํานวยการบริหารส่วน
จังหวัดชายแดนภาคใต้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จังหวัดยะลา และ สํานักงานปลัดสํานักนายก
รัฐมนตรีซึ่งกรมศิลปากรพิจารณาแล้วเพื่อเหตุผลด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของประเทศ จึง
พิจารณาให้ความร่วมมือ โดยการพิจารณาแก้ไขเขตพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่ง
ศิลปกรรมภาพเขียนสีเขายะลาแต่อย่างใด นั้น
เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่เห็นว่า คําชี้แจงของอธิบดีกรมศิลปากรมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหลาย
ประการยิ่งแสดงให้เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการทําเหมืองหินอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน และเป็นการ
กระทําที่เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายหลายประการด้วยกัน
1. แหล่งโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ได้ถูกประกาศขึ้นทะเบียนและกําหนดเขตที่ดินโบราณสถาน
ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2544 ซึ่งมีพื้นที่โบราณสถานประมาณ 887 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา และได้รับความ
คุ้มครองตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพ.ศ. 2504
ซึ่งตามมาตรา 188 และ 189 วรรคแรก ของพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 หรือ ‘กฎหมายแร่ฉบับใหม่’ ได้
บัญญัติไว้ว่า “บรรดาคําขอทุกประเภทที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่า เป็นคําขอตามพระราช
บัญญัตินี้ และให้พิจารณาดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้” และ “บรรดาอาชญาบัตร
ประทานบัตร หรือใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้
ถือเป็นอาชญาบัตร ประทานบัตร หรือใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้และให้ยังคงใช้ได้จนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูก
เพิกถอน โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นการจัดทําแนวพื้นที่กันชนการทํา
เหมืองและการจัดทําข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนตามมาตรา 32 การฟื้นฟูสภาพพื้นที่
การทําเหมือง การวางหลักประกัน และการจัดทําประกันภัยตามมาตรา 68 (8) และ (9) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กํา
หนดไว้ในการออกประทานบัตร” ตามลําดับ ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแร่ฉบับใหม่ โดย

เฉพาะตามมาตรา 17 วรรคสี่ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการ
แร่ต้องไม่ใช่พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่า
ด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณ
วัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามการเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด พื้นที่เขต
ปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติหรือพื้นที่แหล่งต้นน้ําหรือป่าน้ําซับซึม
โดยบรรดาประทานบัตร/คําขอต่ออายุประทานบัตรบนเขายะลาต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ใน
กฎหมายแร่ฉบับใหม่ด้วย และต้องหยุดดําเนินกิจกรรมใด ๆ ก็ตามภายหลังจากที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ได้
ถูกประกาศใช้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครองตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพ.ศ. 2504 และยังเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามตามมาตรา 17 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติแร่
พ.ศ. 2560 แต่ทว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกลับปล่อยปะละเลยให้ผู้ประกอบการทําเหมืองหินอุตสาหกรรมดําเนิน
กิจกรรมต่อไป แม้การดําเนินการทําเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายก็ตาม
2. ‘ภูเขายะลา’ หรือที่คนในท้องที่เรียกกันว่า ‘เขายาลอ’ ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตแหล่งหินอุตสาหกรรม
ของจังหวัดยะลา มีพื้นที่ประมาณ 914 ไร่ มีปริมาณแร่สํารอง 33.54 ล้านเมตริกตัน และภายใต้ยุทธศาสตร์การ
บริหารจัดการแร่ 20 ปีและแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ซึ่งได้มีการกําหนดให้เขตแหล่งหินอุตสาหกรรม เป็น
‘เขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง’ ด้วยนั้น จะเห็นได้ว่าเขตแหล่งหินอุตสาหกรรมบนเขายะลาครอบคลุมพื้นที่ภูเขา
ทั้งหมด รวมทั้งครอบคลุมแหล่งโบราณสถานภาพเขียนสีโบราณที่ค้นพบทั้ง 4 แห่ง ของแหล่งโบราณสถานภาพ
เขียนสีเขายะลาด้วย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครองตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพ.ศ. 2504 และเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามตามมาตรา 17 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติแร่
พ.ศ. 2560 ซึ่งต้องถูกกันออกจากการเป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมือง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยกเลิกเพิก
ถอนพื้นที่ภูเขายะลาออกจากการเป็นเขตแหล่งหินอุตสาหกรรมของจังหวัดและเขตแหล่งแร่เพื่อการทําเหมืองด้วย
3. การที่อธิบดีกรมศิลปากรจงใจออกประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขา
ยะลา เพื่อลดขอบเขตแหล่งโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลาลงเหลือเพียงประมาณ 697 ไร่ 75 ตารางวา และเปิด
ทางให้ผู้ประกอบการซึ่งส่วนใหญ่ใบอนุญาตประทานบัตรหมดอายุไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 ดําเนินการต่ออายุประทาน
บัตรทําเหมืองหินอุตสาหกรรมต่อไปอย่างขัดแย้งต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยขยับแนว
เขตแหล่งโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลาหลบเลี่ยงกฎหมายให้ผู้ประกอบการ ซึ่งการกําหนดขอบเขตขึ้นใหม่โดย
ทําให้เห็นว่าแหล่งโบราณสถานอยู่นอกรัศมีผลกระทบจากการทําเหมืองแร่หินอุตสาหกรรม และอยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่
ส่งผลกระทบต่อแหล่งศิลปกรรมภาพเขียนสีเขายะลาแต่อย่างใดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พึ่งกระทําในฐานะอธิบดีกรมศิลปากร
ซึ่งต้องมีบทบาทสําคัญในการปกป้อง คุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ บํารุงรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม สืบทอดศิลปะและ
ทรัพย์สินมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อธํารงคุณค่าและเอกลักษณ์ต่อไปอย่างยั่งยืน ทั้งนี้การออกประกาศกรม
ศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา โดยอธิบดีกรมศิลปากร เป็นการกระทําความผิดที่
เสร็จแล้วและต้องได้รับโทษจากการกระทําผิดนั้นต่อไป

เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่
7 มีนาคม 2563

องค์กรความร่วมมือ

องค์กรสามารถร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ไปกับมูลนิธิฯ
กำลังดี : Kamlungdeegroup TH
ปันบุญ
xCash extra benefits - xCash
Herringbone (แฮริ่งโบน)
โครงการ e-Donation กสิกรไทย
ธนาคารออมสิน
wildlifefund

ธรรมชาติอยู่ได้ ชาติอยู่ได้

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
64 รามอินทรา ซ. 5 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทร.(66) 2-552-2111, 02-552-2790 แฟกส์.(+66) 2-552-6083 มือถือ.081-940-3740

เพิ่มเพื่อน
wildlifefund.or.th © 2018 All rights reserved.
ติดต่อเรื่องทั่วไป
081-940-3740

สินค้าที่ระลึก, งานออกร้าน
081-666-4531