Wildlifefund

ความดีของความตาย

ทุกอิริยาบทของทุกชีวิตเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการเพียงสามส่วนของชีวิตเท่านั้น คือ การกิน ความปลอดภัย และการสืบทอดสายพันธุ์

          ทุกชีวิตอยู่ได้เพราะพลังงาน และพลังงานที่มีมากที่สุดคือพลังงานจากแสงอาทิตย์ ไม่ว่าที่ใดที่พลังงานจากแสงอาทิตย์ไปถึง ก็จะมีพืชเกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง เพราะพืชให้แสงแดดสร้างอาหาร พืชบางชนิดไม่มีที่จะขึ้นก็ยังพยายามที่จะไปงอกอยู่บนต้นไม้อื่น ตราบใดที่แสงแดดส่องถึง ทุกชีวิตดิ้นรนที่จะเกิด ที่จะเอาตัวรอด และขยายพันธุ์เพื่อความยั่งยืนของเผ่าพันธุ์ ความตายเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตหลีกเลี่ยงอย่างที่สุด ความตายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียและความเจ็บปวดทางความรู้สึก แต่ถ้าพิจารณาตามวิถีทางของธรรมชาติแล้ว ความตายคือการถ่ายทอดพลังงานจากชีวิตหนึ่งไปสู่อีกชีวิตหนึ่ง ชีวิตที่ถูกทำลายจะเป็นพลังงานให้อีกชีวิตหนึ่งอยู่รอด และทำหน้าที่ตามบทบาทของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีอยู่หลายสิบล้านชนิด เป็นทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำจืด-น้ำเค็ม-น้ำกร่อย สัตว์หากินกลางวัน รวมถึงสัตว์หากินกลางคืนอีกมากมายที่เราไม่ค่อยรู้จักหรือนึกถึง  ทุกชีวิตมีบทบาทและหน้าที่เพื่อความสมดุลและความอยู่รอดของมวลชีวิตโดยรวม

          เมื่อพลังงานจากแสงอาทิตย์มีมาก พืชซึ่งผลิตอาหารจากพลังงานแสงแดดก็จะมี

มากมายตามมา สัตว์ต่าง ๆ ที่กินพืชเป็นอาหารก็จะมีจำนวนมากเช่นกัน เพื่อที่จะควบคุมจำนวนพืชให้มีพอดี        สัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารเหล่านี้จะเป็นเหยื่อของเหล่าสัตว์ที่กินเนื้อต่อไปอีก และเมื่อสัตว์ที่กินเนื้อตายลง ซากของมันทั้งเนื้อทั้งกระดูกก็จะถูกสัตว์อีกจำพวกหนึ่งมากิน เป็นการถ่ายทอดพลังงานกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

          สัตว์ที่เป็นเหยื่อของสัตว์อื่น ๆ เช่น สัตว์จำพวก หนู กระต่าย เก้ง กวาง จะออกลูกเร็วหรือจำนวนมาก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่หมดเผ่าพันธุ์เพราะถูกล่า แมลงและปลาบางชนิด ซึ่งเป็นเหยื่อของสัตว์อื่น ก็จะออกไข่ครั้งละจำนวนมาก ๆ ด้วยเหตุผลเดียวกัน

          ความตายเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตพยายามหลีกเลี่ยง แต่ตามธรรมชาติ ความตายก็คือ การถ่ายพลังงานจากชีวิตหนึ่งไปสู่อีกชีวิตหนึ่ง เพราะชีวิตเหล่านั้นไม่สามารถผลิตพลังงานด้วยตนเองเช่นเดียวกับพืชได้

          หากเราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เราก็จะได้เห็นสิ่งที่เป็นปกติธรรมดาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา คือ การเกิด การกิน การหนีภัย และการตาย

          ในธรรมชาติในยามเช้า หนอนและแมลงจำนวนมาก ก็จะออกหากิน นกจำนวนมาก รวมถึง จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า จิ้งเหลน และสัตว์อื่น ๆ ก็จะออกมาจับหนอนและแมลงกิน สัตว์จำพวกชะมด อีเห็น เหยี่ยว และงูต่าง ๆ ก็จะออกล่าจิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า กบ เขียด และแมลงกิน แมวป่า สุนัขจิ้งจอก และเสือ ก็ออกล่าหาชะมด อีเห็น นก หนู กระต่าย เก้ง และกวางกิน เมื่อเสือตายลง แร้งก็จะกินเนื้อ เม่นก็จะกินกระดูกชิ้นใหญ่ ส่วนกระดูกชิ้นเล็กก็จะถูกแมลงบางชนิดกินจนหมดในธรรมชาติจะไม่มีอะไรสูญเปล่าเลย

          ในเวลากลางคืน หลังพระอาทิตย์ตกแล้ว แสงจันทร์และแสงดาวขึ้นมาแทนที่ วงจรชีวิตในทำนองเดียวกับกลางวันก็เริ่มดำเนินไปตามกฎเกณฑ์

          ในป่าตามธรรมชาติ เมื่องูกินลิง หรือเสือกินกวาง สัตว์ป่าที่อยู่ในเหตุการณ์ก็จะแตกตื่นและตื่นเต้นอยู่ชั่วระยะหนึ่ง แล้วทุกอย่างก็กลับสภาพเดิม คือ ทุกชีวิตดำเนินต่อไป ไม่มีใครไปฟ้องร้องใคร ไม่มีใครต้องล้างแค้นใคร ชีวิตหนึ่งสูญเสีย อีกชีวิตหนึ่งได้อยู่รอด

          แต่ถ้ามีมนุษย์สักคน ซึ่งตลอดชีวิตกินสัตว์อื่นมากมาย ใช้พลังงานมาอย่างมหาศาล ถูกเสือกัดตายในป่า หนังสือพิมพ์ก็จะเอาไปลง โทรทัศน์ก็จะกระจายข่าวไปทั่วโลก เจ้าหน้าที่ก็จะถูกมอบหมายให้ไปกำจัดสัตว์ใดก็ตามที่บังอาจเอาพลังงานจากมนุษย์ไปใช้ มนุษย์จะใช้พลังงานจากไหน เพียงใดก็ได้ แต่เราจะไม่ยอมให้อะไรเอาพลังงานไปจากเราโดยเด็ดขาด มนุษย์ในโลก 5,700 ล้านคน ทั้งกินทั้งใช้พลังงานกันอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่ยอมให้พลังงานจากมนุษย์กลับไปหมุนเวียนให้ชีวิตอื่นเลย แม้แต่ร่างกายของเราเมื่อตายแล้วก็จัดการฝังหรือเผาโดยไม่ยอมให้ใครมาไต่ตอมเป็นอันขาด การแสดง ความรู้สึกรักและเสียดายผู้ตายก็ต้องใช้พลังงานมากมาย ทั้งการแห่ขบวนศพ สวดศพ จัดมหรสพ จัดกงเต๊ก จัดพิธีฝัง พิธีเผา คนมาจำนวนมาก ต้องใช้พลังงานในการเดินทาง การเลี้ยง และดำเนินการมากมายเพื่อศพเพียงศพเดียว เราทุกคนใช้พลังงานกันทุกวินาทีที่มาจากแผ่นดิน แต่เราไม่เคยคืนพลังงานให้แผ่นดินเลย เมื่อคนเพิ่มขึ้น ทรัพยากรทุกอย่างจึงลดลงเรื่อย ๆ เพราะเราใช้อย่างเดียว

          ความตายไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป หากมันหมายถึงการเป็นประโยชน์บ้างต่อชีวิตอื่น

          ต้นไม้ที่ตายแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อชีวิตอื่น คือ เป็นอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ หากต้นไม้ไม่รู้จักตาย เมื่อเรานำมาใช้ก่อสร้างแล้วมันยังคงงอกได้อยู่ ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการใช้และการดูแลเป็นอย่างมาก การหมุนเวียนพลังงานคือวิถีทางของธรรมชาติที่มนุษย์เราแยกตัวออกมาแล้วโดยสิ้นเชิง

          การแยกตัวของมนุษย์โดยการใช้ทางเดียวจะทำให้เกิดการวิกฤตทางทรัพยากรได้ในอนาคต

          มีชาวปาซี่ในประเทศอินเดียที่เมื่อตายลง จะนำศพไปวางไว้ในที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้แร้งกินเป็นอาหาร ถือเป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย นั่นคือ การคืนพลังงานสู่แผ่นดินตามวิถีทางของมวลชีวิตที่อยู่ร่วมกันและพึ่งพาซึ่งกันและกันอย่างไม่สิ้นสุด

          เราไม่ต้องถึงกับเอาศพไปให้แร้งกิน แร้งก็หายากมากแล้ว แต่เราจะมาพิจารณาช่วยกันหาทางคืนพลังงานให้กับแผ่นดินและชีวิตอื่นบ้าง เพื่อให้วงจรการหมุนเวียนถ่ายทอดพลังงานเป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อให้ทุกชีวิตต่างได้ใช้ชีวิตตามบทบาทและหน้าที่ที่มีอยู่ เหมือนกับการที่โลกนี้หมุนไปโดยสมดุลอย่างไม่มีวันจบสิ้นจะดีไหม

 

พิสิษฐ์  ณ พัทลุง

เมษายน 2539

0

สมาชิกเว็บไซต์

29

จำนวนสมาชิก

180

จำนวนผู้บริจาคออนไลน์

36,275.23

จำนวนเงินบริจาคออนไลน์

องค์กรความร่วมมือ

องค์กรสามารถร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ไปกับมูลนิธิฯ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
wildlifefund

ธรรมชาติอยู่ได้ ชาติอยู่ได้

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
64 รามอินทรา ซ. 5 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทร.(66) 2-552-2111, 02-552-2790 แฟกส์.(+66) 2-552-6083 มือถือ.081-940-3740

เพิ่มเพื่อน
wildlifefund.or.th © 2018 All rights reserved.
ติดต่อเรื่องทั่วไป
081-940-3740

การบริจาค ,อาสาสมัคร, ใบเสร็จรับเงิน, งานไอที
061-828-6663

สินค้าที่ระลึก, งานออกร้าน
081-666-4531