Wildlifefund

เร่งนายกฯตัดสินใจ รื้อทิ้งบ้านป่าแหว่ง

ม็อบขีดเส้นให้7วัน! ไม่ทำตามชุมนุมอีก

ชาวเชียงใหม่ลุกฮือรวมพลังต้านโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ เรียกร้องให้รื้อทิ้งสถานเดียวพร้อมอ่านแถลงการณ์และทำพิธีสาปแช่ง ย้ำชัดรอนายกฯตัดสิน หากไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องจะกลับมาชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 6 พ.ค.นี้ ขณะที่ “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจ พบร้อยละ 85.20 ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ เพราะเป็นการทำลายป่า และร้อยละ 53.84 เห็นควรให้รื้อถอน

กลายเป็นเรื่องลุกลามบานปลายกรณีการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการในพื้นที่เชิง ดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ประชาชนในพื้นที่ ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านของชาวเชียงใหม่อย่างรุนแรง และขนานนาม ว่า “หมู่บ้านป่าแหว่ง” พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยุติโครงการและรื้อถอนบ้านพักออกโดยทันที รวมทั้งพื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม ในขณะที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างออกมาประสานเสียงว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ อยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ป่าสงวนแห่งชาติแต่อย่างใด ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งยิ่งขึ้น ล่าสุดประชาชนในพื้นที่หลายพันคนได้ออกมารวมตัวแสดงพลังเรียกร้องให้รื้อทิ้งบ้านพักทั้งหมด

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 เม.ย. ที่บริเวณ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ มีประชาชนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ดอยสุเทพและองค์กรต่างๆ 40 องค์กรจำนวนมาก นำโดยนายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ และนางคำสีดา แป้นไทย นักอนุรักษ์ล้านนา ไปรวมตัวแสดงพลังขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ถือเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ในรอบปี ผู้เข้าร่วมชุมนุมต่างพากันผูกริบบิ้นสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ พร้อมจัดเวทีปราศรัยเล็กๆขึ้น ด้านหลังเวทีมีป้ายผ้า ข้อความว่า “ปกฮีต ป้องดอย สืบเจตนา 722 ปี บรรพชน” ซึ่งหมายถึงอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมไว้ ปกป้องดอยสุเทพไม่ให้ใครมาบุกรุก โดยนายธีรศักดิ์ แกนนำได้กล่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การขอคืนผืนป่าดอยสุเทพจะยืนหยัดรักษาเจตนารมณ์นี้โดยไม่ท้อถอย เราต้องการป่าดอยสุเทพ ไม่ต้องการป่าแหว่ง คืนป่าให้กับประชาชน เอาป่าแหว่งคืนไป พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงความคิดเห็นว่าจะเอาอย่างไรกับบ้านพักตุลาการ ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่างพากันตะโกน “เตคว้างๆ” หมายถึงรื้อทิ้งสถานเดียว

จากนั้นเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนออกจากลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ มีกลุ่มพระสงฆ์เดินสวดชยันโตนำหน้า ตามด้วยขบวนนักอนุรักษ์ล้านนาอาวุโส ขบวนแห่ผ้าสีเขียวยาว ขบวนรถจักรยานและรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ความยาวร่วม 1 กม. เคลื่อนไปตามถนนราชดำเนินเข้าสู่ถนนพระปกเกล้า และไปสิ้นสุดที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ใจกลางเมืองเชียงใหม่ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เรื่อง ต้องคืนผืนป่าดอยสุเทพเท่านั้น โดยแถลงการณ์ระบุว่า ดอยสุเทพเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ชัยมงคลสำคัญของเมืองเชียงใหม่ล้านนาต่อเนื่องมาถึง 722 ปี เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยพญามังรายมหาราชเจ้า กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งขององค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง มีพิธีกรรมสักการบูชา สืบเนื่องต่อกันมา ดังนั้น พื้นที่ดอยสุเทพจึงเป็นสมบัติอันสูงค่าร่วมกันของชาวเมือง โครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการ แม้จะอ้างว่าก่อสร้างในพื้นที่ราชพัสดุ แต่แท้จริงแล้วก็คือเขตป่าดอยสุเทพที่ต่อเนื่องเป็นผืนเดียว

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า “เราต้องการสิ่งเดียว เท่านั้นคือ ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคืนพื้นที่ป่าให้ป่ากลับเป็นป่า พร้อมขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้องตัดสินใจเร่งแก้ไขโดยด่วนทันที ให้มีการประกาศคำมั่นสัญญาจะคืนผืนป่าดอยสุเทพกลับคืน เครือข่ายประชาชนขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ขอประกาศยืนยันเจตนาอันแน่วแน่ที่จะดูแลรักษาป้องกันมิให้ผู้ใดมาทำลายดอยสุเทพ จะยืนหยัดสู้เพื่อรักษาเจตนานี้โดยไม่ท้อถอย เอาป่าดอยสุเทพคืนมา
เอาป่าแหว่งคืนไป”

ภายหลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันทำพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และกล่าวสาปแช่งผู้บุกรุกครอบครองพื้นที่ดอยสุเทพ พร้อมกับประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันจะรอฟังผลการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ หากไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องก็จะนัดแสดงพลังชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ จากนั้นมีการแสดงทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์รักษาป่าดอย การร่ายลำนำโดยศิลปินล้านนา กระทั่งเวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมจึงสลายกันไปด้วยความสงบ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมในครั้งนี้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย แกนนำ ทุกคนใช้วาจาสุภาพ ไม่มีนักการเมืองเข้าร่วมเคลื่อนไหวแต่อย่างใด

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คนไทยคิดอย่างไร กับโครงการสร้างบ้านพักตุลาการศาลบริเวณดอยสุเทพ” สำรวจระหว่างวันที่ 21-23 เม.ย. จากประชาชนทั่วประเทศ 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับโครงการสร้างบ้านพักตุลาการศาลบริเวณดอยสุเทพ พบว่าร้อยละ 85.20 ระบุว่า ไม่เหมาะสม เพราะเป็นการทำลายป่าไม้ ทำลายธรรมชาติและระบบนิเวศ สิ้นเปลืองงบประมาณ ร้อยละ 14.56 ระบุว่า เหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เป็นการบุกรุกหรือรุกล้ำพื้นที่ป่า ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการรื้อถอน พบว่า ร้อยละ 53.84 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะจะได้คืนผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ร้อยละ 43.68 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ เมื่อถามถึงแนวทางแก้ปัญหา 3 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 37.36 ระบุว่า ให้ยุติการก่อสร้าง รื้อถอนบ้านพักทั้งหมด และปลูกป่าทดแทนให้กลับเป็นตามเดิม ร้อยละ 25.92 ระบุว่า ให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป ไม่ต้องรื้อถอน แต่ให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์แทน และร้อยละ 22.96 ระบุว่า ให้ยุติการก่อสร้างและรื้อถอนบางส่วนที่กระทบกับสิ่งแวดล้อม

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนออกมาประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ มีกิจกรรมขบวนจักรยานแสดงพลังประชาชนคนหัวใจสีเขียว เรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้รื้อบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ขอให้ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งให้ยกเลิกโดยจะให้เวลานายกฯอีก 7 วัน เพื่อที่จะตอบว่าจะดำเนินการเช่นไร ว่า ทางสำนักงานศาลยุติธรรมยังยืนตามมติของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ที่มีมติให้เรียนนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป หากได้ผลประการใด ทางสำนักงานศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง ที่ผ่านมาแม้จะมีบางกลุ่มออกมายั่วยุด้วยถ้อยคำหยาบคายแต่สำนักงานศาลยุติธรรมนั้นไม่มีนโยบาย หรือแนวคิดที่จะมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน แต่ขอให้อยู่ในกรอบแห่งกฎหมายและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ฉะนั้นเรื่องบ้านพักตุลาการจึงขอให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯและฝ่ายบริหารในการตัดสินใจ

https://www.thairath.co.th/content/1268659

0

สมาชิกเว็บไซต์

29

จำนวนสมาชิก

180

จำนวนผู้บริจาคออนไลน์

36,275.23

จำนวนเงินบริจาคออนไลน์

องค์กรความร่วมมือ

องค์กรสามารถร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ไปกับมูลนิธิฯ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
องค์กรความร่วมมือ
wildlifefund

ธรรมชาติอยู่ได้ ชาติอยู่ได้

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
64 รามอินทรา ซ. 5 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทร.(66) 2-552-2111, 02-552-2790 แฟกส์.(+66) 2-552-6083 มือถือ.081-940-3740

เพิ่มเพื่อน
wildlifefund.or.th © 2018 All rights reserved.
ติดต่อเรื่องทั่วไป
081-940-3740

การบริจาค ,อาสาสมัคร, ใบเสร็จรับเงิน, งานไอที
061-828-6663

สินค้าที่ระลึก, งานออกร้าน
081-666-4531